ไม่ได้ผิดซะทีเดียว


วันนี้มาดูความโง่ซ้ำโง่ซากของสมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ กันต่อ แต่ตอนนี้ สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ชักเริ่มออกตัวแล้วว่า คุณลุงไม่ได้ผิดซะทีเดียว

ถ้าจะว่ากันตามความเป็นจริง คุณลุงไม่ได้ผิดเลย คุณลุงสอนถูกแล้ว สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ พอถูกซักหนักๆ เข้า ชักถอดใจ

หลังจากท่านเจ้าของกระทู้โต้ตอบมาแล้ว  สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ก็เข้ามาอีก ดังนี้

อันนี้ ก็แล้วแต่การตีความแล้วกันนะครับ

อุ๊ยตาย............ จากที่ว่าคุณลุงการุณย์สอนผิด มาเป็นว่า “อันนี้ ก็แล้วแต่การตีความแล้วกันนะครับ” ทำไมมันกลับจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเร็วขนาดนั้น

เพราะหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านไม่ได้อยู่แล้ว หลวงพ่อเจ้าคุณเล็กธีระท่านก็ไม่ได้อยู่เช่นกัน การจะตัดสินอะไรให้เป็นที่ยอมรับทั่วกันในวงการก็ถือว่ายาก

ข้อความนี้ แสดงให้เห็นว่า สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ไปไม่เป็นแล้วครับ ท่านผู้อ่าน

ถ้าเอาหลักเกณฑ์อย่างที่สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ยึดถือ เรื่องการเมืองก็เลิกพูดกันเลย เพราะ โสเครติส เพลโต อริสโตเติลต่างก็ตายเป็นผีกันไปหมดแล้ว

แล้วพระไตรปิฎกของเราเอง พระอรหันต์ที่ท่องกันมา ที่จดกันมา รวมถึงพระพุทธเจ้าก็ปรินิพพาน นิพพานกันไปหมดแล้ว

ยิ่งตอนนี้วิชชาธรรมกายแยกไปเป็นหลายสำนัก ที่ได้รับการถ่ายทอดมาต่างสายกันด้วย ดำเนินสะดวกก็ที่นึง คลองสามก็ที่นึง รวมไปถึงคณะศิษย์ลุงการุณย์ด้วย

ตอนนี้ เหตุผลสนับสนุนก็เริ่มบิดๆ เบี้ยวๆ เป็นมดเขียว V3 แล้ว 

ไปไม่เป็นจริงๆ สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ คนนี้  ถึงว่าในบางกระทู้ แกถึงหนีหายไปเอาดื้อๆ 

หลักฐานที่ปรากฏในตำราของหลวงพ่อวัดปากน้ำ และการปฏิบัติธรรมตามวิชาธรรมกายเป็นหลักประกันได้เป็นอย่างดี

ที่แสดงความคิดเห็นอันนี้ ผมขอยึดตามสายพระภิกษุนะครับว่า การเดิน 18 กาย ถ้าจะเดินใจไปตาม 7 ฐาน ก็แค่เฉพาะกับกายมนุษย์หยาบ และเน้นว่าเฉพาะผู้เริ่มต้น ให้รู้จักฐานที่ตั้งของใจเท่านั้นเอง

ผู้ที่ปฏิบัติจนรู้จักฐานที่ตั้งของใจทั้งหมดแล้ว ก็สามารถไปหยุดที่ฐาน 7 โดยไม่จำเป็นต้องไล่ฐาน

หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็อนุญาตเอาไว้ใน "คู่มือสมภาร" เช่นกันว่า "ในการทำคราวหลังๆ จะเอาใจไปจดที่กำเนิดของกายมนุษย์เลยทีเดียวก็ได้"

แต่ถามว่าลุงการุณย์ผิดหรือเปล่า ผมคิดว่าก็ไม่ได้ผิดซะทีเดียว แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านก็ไม่ได้บอก ไม่ได้สนับสนุนว่าต้องทำอย่างนั้น

ตรงนี้เห็นได้ชัดเจนว่า สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ไม่ไม่เป็นแล้ว เพราะ จากที่ว่าคุณลุงสอนผิด กลับมาบอกว่า “ผมคิดว่าก็ไม่ได้ผิดซะทีเดียว

ก็ทีแรก “มึงบอกว่าผิด”  ไปอ่านใหม่ดูก็ได้

เรื่องของเรื่องก็คือ สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ไม่ได้ศึกษามาอย่างจริงจัง ดวงธรรมก็ไม่เคยเห็น กายธรรมก็ไม่เคยเห็น ได้แต่ฟังเขามา อ่านบ้างก็เล็กๆ น้อยๆ

เสือกไปยกตัวอย่างเรื่องนี้ขึ้นมา  ก็เรื่องนี้คุณลุงการุณย์สอนไม่ผิด หลักฐานก็บอกไปแล้ว ทั้งด้านภาษาศาสตร์ ทั้งจากการสอน ทั้งจากการปฏิบัติ

อย่างการบูชาข้าวพระ จะว่าผิดก็ไม่ได้เหมือนกัน สายพระภิกษุ (ที่ยึดพระธรรมวินัยด้วย) ก็อธิบายด้วยหลักพระธรรมวินัยและหลักวิชชา แล้วก็บอกว่าบูชาข้าวพระนั้นทำไม่ได้

นั่นแน่ ไปเอาเรื่องบูชาข้าวพระมาอีก ทีจริงถ้าจะเอาเรื่องนี้เป็นข้อผิดของคุณลุงเสียตั้งแต่แรก หน้าก็จะไม่แตกถึงเพียงนี้

เรื่องนี้ หลวงพ่อวัดปากน้ำไม่เคยทำ  คนที่เป็นคนชักชวนกันทำคือ แม่ชีทองสุก  คณะที่ทำก็มี แม่ชีจันน์ แม่ชีเธียร ธีระสวัสดิ์ และคุณลุงการุณย์

คุณลุงการุณย์ก็ยืนยันว่า การทำแบบนี้ ไม่เคยมีมาก่อน ลุงทำได้คนแรก เพราะ บารมีจากการปราบมาร  ที่แม่ชีทองสุกทำนั้น ก็ไม่ถึงพระพุทธเจ้า มารเอาไปกินเรียบ

ในการปฏิเสธคุณลุงว่า “ทำไม่ได้”  คนปฏิเสธก็ต้องเข้าอายนตะนิพพานได้ และไปทูลถามพระพุทธเจ้าได้

ไม่ใช่ดวงธรรมก็ไม่เคยเห็น กายธรรมก็ไม่เคยเห็น ยังจะมาเสือกหาว่า “ไม่จริง” มันก็โง่จริงๆ สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ

เพราะตามข้อเท็จจริง พระนิพพานเป็นอสังขตะ ไม่ต้องการอะไรปรุงแต่งแล้ว จะบอกว่ากลั่นอาหารไปให้พระพุทธเจ้าฉัน ก็เป็นไปไม่ได้

อยากจะเตือนท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนคลับของผมว่า การที่เราจะไปติดสินว่า “อะไรถูก อะไรผิด อะไรจริง อะไรไม่จริง อะไรเป็นไปได้ อะไรเป็นไปไม่ได้” เราต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นจริง รู้ลึกจริง

ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น อยู่เฉยๆ ดีกว่า บอกว่า “ไม่รู้” จะดีกว่า  จะได้ไม่ต้องมาแก้ตัวอย่างสมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ที่กำลังทำอยู่นี้

อย่างมากก็แค่ทำให้เป็นของทิพย์ อันนี้หลวงป๋าท่านอธิบาย แต่ท่านก็มุ่งทางคลองสามเป็นหลัก ที่เข้าใจผิดกันอย่างมหาศาล

แต่สายลุงก็บอกว่า ถวายเพื่อเพิ่มกำลังให้พระพุทธเจ้า ฯลฯ อันนี้ก็เป็นเหตุผลที่ลุงการุณย์บอกว่า เป็นเรื่องทางวิชชาระดับสูง

แล้วก็เพิ่มเติมว่า ลุงทำวิชาปราบมาร ลุงทำถึงจริง ๆ ได้คนเดียวนะ คนอื่นทำแล้วไม่ถึง มารทำเนียนมาแย่งพระพุทธเจ้าฉันตลอด

ตรงนี้ สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ยกมาเขียนทำไมก็ไม่รู้  คือ จะเห็นแย้งก็ไม่ใช่ จะสนับสนุนก็ไม่ใช่ แกเขียนมาทำไม

ผมก็ยกเหตุผลทั้งสองฝ่ายมานำเสนอ ใครจะเชื่อฝั่งไหน เรื่องของท่าน แต่โดย คหสต ผมอยากให้ยึดฝ่ายพระภิกษุมากกว่า

เพราะครูบาอาจารย์ฝ่ายพระภิกษุตลอดสาย ตั้งแต่หลวงพ่อวัดปากน้ำลงมา ท่านไม่ทิ้งพระปริยัติธรรม

และท่านให้ความสำคัญพระธรรมวินัยไม่น้อยไปกว่าหลักวิชชา หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็เคยกล่าวไว้ว่า "ตาดีก็เห็น ญาณดีก็รู้ มีบาลีรับรอง"

ตรงนี้ สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ก็โชว์โง่อีก คำว่าปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธนั้น  ปริยัติก็ไม่ต้องถึงกับได้เปรียญ 8 เปรียญ 9 กัน

คือ อ่านตำหรับ ตำรา ฟังครูบาอาจารย์สอนก็เป็นปริยัติแล้ว  สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ คิดว่า ปริยัติต้องได้เปรียญหรือไง

การอธิบายหลักวิชชาในสำนวนพระธรรมวินัย ผมก็เห็นว่ามาจากสายพระภิกษุทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะทางดำเนินที่ท่านทำไว้เยอะ

ขนาดทางคลองสาม เขาก็ยังเอาของทางดำเนินไปอธิบาย (ปนความเข้าใจผิด ๆ ของตน) ก็เยอะ

ตรงนี้ ถ้าเป็นมวยก็แพ้หมดรูป  คือ เถียงกันกับทางฝั่งจันทบุรี แล้วไปเอา “คลองสาม” มาทำไม ไม่เห็นเกี่ยวอะไร

ต่อมา ท่านเจ้าของกระทู้ก็เข้ามาตอบ ดังนี้

การอ้างว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพไปแล้ว ก็ไม่ต้องตัดสิน ไม่ต้องศึกษาอะไร  อย่างนั้น ศาสนาพุทธก็ไม่ต้องศึกษากันแล้ว เพราะ พระพุทธเจ้าก็ปรินิพพานไปแล้ว

การเดิน 7 ฐาน ทุกกายกับการเดิน 7 ฐานเฉพาะกายมนุษย์หยาบ  อันหลังน่าจะผิดมากกว่า ไม่ใช่การเดิน 7 กายทุกฐานผิด  ถ้าว่ากันตามตำรา :

1. คำว่าแบบต้น ตีความได้ทั้งสองความหมาย คือ แบบ(ของการเริ่ม)ต้น   หรือ แบบ(เป็นเบื้อง)ต้น

2. เรื่องคู่มือสมภาร หลวงพ่อเขียนให้คนเป็นวิชาแล้ว (ได้ 18 กายแล้ว)

3. แต่ช่วงแรก หลวงพ่อเขียนให้หยุดกลางศูนย์กลางกาย สำหรับทุกกายเลย แสดงว่าถ้าทำก็ไม่ผิด  แต่ต้องดูที่ท่านเขียนไว้ที่อื่นประกอบกัน ด้วย

4. สำหรับการเดิน 7 ฐาน สำหรับกายมนุษย์   เกินนั้นหยุดกลางศูนย์กลางกายเลย
4.1 เป็นลูกผสมไปหน่อยหรือไม่?
4.2 ขึ้นอยู่กับการตีความคำว่าแบบต้น
4.3 หากหลวงพ่อหมายถึงแบบ(ของการเริ่ม)ต้น  หลังจากนั้นไม่ต้องแล้ว ท่านก็น่าจะบอกตามนั้น มิใช่หรือ?
4.4 หลวงพ่อเขียนให้หยุดกลางศูนย์กลางกายทั้ง 18 กายเหมือนกัน   มิได้มีความแตกต่าง   แต่ขั้นตอนย่อยๆนั้นก็เป็นไปได้ที่จะมีการย่อ
ทั้งนี้ หนังสือ 18 กายเป็นของผู้เริ่มฝึก ไม่เหมือนกรณีคู่มือสมภาร หลวงพ่อก็บอกแล้วว่า"คราวหลังๆ"   ดังนั้น "คราวแรกๆ" จะไว้ศูนย์กลางกายเลยก็น่าจะไม่ควร

เหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือ เหตุผลในทางปฏิบัติ  การเดิน 7 ฐานทุกกายนั้น สามารถทำวิชาได้ถูกต้อง 

อยากจะรู้ว่า คุณ ABP@BDZ  ทำวิชา 18 กายได้หรือไม่ ทำวิชาซ้อนสับทับทวีได้หรือไม่ เรื่องนี้ การปฏิบัติสามารถตอบคำถามได้

ในคู่มือสมภารนั้น คุณ ABP@BDZ เคยถามคนจดบันทึกหรือเปล่า  เคยทำวิชาขึ้นไปถามหลวงพ่อวัดปากน้ำ หรือเปล่าว่าทำอย่างไร

ในกรณีนั้น อาจจะหมายถึงคนจดเพียงคนเดียว หรืออาจจะหมายถึงว่า ต้องไปฐานที่ 1-2-3 และก็ 7 

แต่อย่างไรก็ดี การเดิน 7 ฐาน ทุกกายต้องไม่ผิด เพราะ เรายึดตามกายแรก  ถ้าทำให้วิชา ช้าลงอาจจะเป็นไปได้

เรื่องการถวายอาหารทะเลนั้น คุณ ABP@BDZ เข้าวิชาไปหาพระพุทธเจ้า แล้วพระพุทธเจ้าทรงบอกว่า คุณลุงการุณย์ ทำวิชาไม่ถึงหรืออย่างไร

ในทางวิชาธรรมกายนั้น ตำราเขียนไว้ชัดเจนว่า เราสามารถไปพบหลวงพ่อได้ ไปพบพระพุทธเจ้าได้  คุณทำได้หรือเปล่า

ข้อความโต้แย้งของเจ้าของกระทู้คงแทงเข้ายอดอกสมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ เข้าอย่างจัง เพราะ สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ไม่มาโต้ตอบกับเจ้าของกระทู้อีกเลย

แต่ไปรักษาหน้าด้วยการให้ความเห็นต่อการถามของคุณกระบี่นางฟ้าที่ว่า “ลุงการุณคือใครครับ. เกี่ยวข้องกับ วิชชา ธรรมกายอย่างไรครับ

สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ตอบดังนี้

ผมขออธิบายให้แล้วกันนะครับ

ลุงการุณย์เป็นลูกศิษย์ของแม่ชีทองสุข สำแดงปั้น เป็นศิษย์ร่วมสำนักกับแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง (a.k.a. แม่ชีปัดระเบิด)

และภายหลังได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของแม่ชีถนอม อาสไวย์ ซึ่งเป็นศิษย์ฝ่ายอุบาสิการะดับแนวหน้าท่านหนึ่งของหลวงพ่อวัดปากน้ำ

ผลงานเด่นของลุงการุณย์ คือหนังสือ series "ปราบมาร" ซึ่งปัจจุบันมีถึงเล่ม 6 แล้ว แต่หนังสือ "ปราบมาร" ก็เป็นที่ยอมรับแค่ในหมู่ลูกศิษย์ลุงการุณย์เท่านั้น

ในศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำกลุ่มอื่น ก็มิได้ให้การยอมรับหนังสือชุดนี้อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด แต่อยู่ในลักษณะที่ "ไม่สนับสนุน แต่ไม่ได้ห้าม"

ที่ผมเห็นว่า สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ รักษาหน้าก็คือ ไม่โต้ตอบกับเจ้าของกระทู้อีก เพราะ ไปไม่เป็น 

แต่จะหนีหายไปเลย เหมือนกระทู้ E-book วิชาธรรมกาย มันก็จะหน้าแตกมากขึ้นไปอีก  ก็เลยมาตอบแก้เก้อเสียหน่อย 

เรื่องคุณลุงคือใครนั้น มันต้องรอให้เจ้าของกระทู้เขาตอบ 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น